25 ปีล่าสุดของตลาดหุ้นไทย

จาก สเตตัสในเฟซบุค ของ พี่ภพ Pop the bug

 

จากความทรงจำ…
ตัวเลขอาจจะผิดพลาด ขี้เกียจค้นข้อมูล

ผมรู้จักตลาดหุ้นครั้งแรก ปี 2530
ในวิกฤต Black Monday มูลค่าตลาดจาก 460 จุดเหลือ 240 จุด
หายไปราวๆ 50%ใครเล่นบัญชีเครดิต (มาร์จิ้น) เจ็บตัวไปตามๆ กัน
ในยุคนั้น ดอกเบี้ยเงินฝากจะอยู่ราวๆ 10-12%
ฝากประจำ ดอกเบี้ยเกิน 15% ทองบาทละ 3-4 พันบาท
ผู้คนไม่ค่อยเล่นหุ้น เพราะมีความเสี่ยง ซื้อทอง หรือฝากแบงค์ ปลอดภัยกว่า
ยุคนั้นเงินเดือนวิศวกรเริ่มต้นแถวๆ 13,000-15,000 บาท

ตลาดหุ้นช่วงปี 2536
เป็นยุคทองของตลาดหุ้น ใครๆ ก็มีหุ้น
ครูประถม พนักงานเอกชน คนขับรถรัฐวิสาหกิจ มีบัญชีหุ้นกันหมด
ดอกเบี้ยเงินฝากเริ่มไม่ค่อยดี ร่วงมาอยู่แถวๆ 6-8%
ใครๆ ก็พูดถึงหุ้น Blue Chip อย่าง Fin1 (ฟินวัน), DS, CMIC, NFS
ฟินวันเป็นไฟแนนซ์ที่คนอยากทำงานด้วยมากที่สุด
วิศวกรยุคนั้น ผันตัวไปทำไฟแนนซ์กันเยอะ จบวิศวะมาอบรม 6 เดือน
ทำฟินวันได้เลย เงินเดือนเริ่มต้นสายไฟแนนซ์อยู่ที่ 28,000-30,000 บาท
ส่วนทางสายวิศวะจะดรอปลงมาเล็กน้อยที่ 18,000-25,000 บาท
แล้วแต่ความดังของสถาบัน

ยุค 2536-2540 ก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง (ช่วงปี 1992-1996)
เงินจะหาง่ายมากๆ บ้าน 10 ล้านซื้อขายเป็นว่าเล่น
Benz S Class ตัวไทย 5 ล้านบาท ขายดีมากๆ
แล้วคนก็ยังนิยมไปซื้อตัวท้อป 10 ล้านบาท (5000cc 8 สูบ)
Benz 190e หรือ เบบี้เบนซ์ก็ถือกำเนิดยุคนั้น
เป็นเบนซ์ราคาถูก เริ่มต้นที่ล้านกว่าบาท ขายจนผลิตไม่ทัน
ส่วนนักศึกษา หรือคนจบใหม่ นิยมซื้อ Honda Civic 3 ประตู
มีความต้องการถึงขั้นขายใบจอง 2-3 พันบาท ในราคา 5 พันหรือเป็นหมื่น
เงินหาง่าย ทำอะไรก็ได้เงินไปหมด….

ยุคปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้ง
มีการปิดไฟแนนซ์ 56 แห่ง ฟินวันไปก่อนเพื่อนเลย
ตลาดหุ้นลดลง 80% ได้ มีคนยิงกรอกปากตายหน้าตลาดหลักทรัพย์หลายคน
ที่จำได้ดีคือหุ้น N-Park 10 กว่าบาท เหลือ 0.01 บาทในวันเดียว
หมายความว่าใครถือหุ้นตัวนี้ 100 ล้านบาท จะมีมูลค่าเหลือ 1 แสนบาท
(และขายต่อไม่ออกด้วยเพราะไม่มีใครเอา)

หลังปี 2540 เป็นต้นมา ทุกคนมองว่าหุ้นคือการพนัน
อย่าไปเล่นหุ้นเลย ไม่ดีหรอก ดอกเบี้ยเงินฝากก็ไม่ดี
ก็จะเป็นยุคทองของพวก MLM ทั้งหลาย
เพราะคนอยากรวยก็ยังมีอยู่ พวกแอมเวย์ กิฟฟารีน น้ำโนนิ โสมเกาหลีตังกุยฯ
ก็มาบูมในยุคนี้ เพราะคนไม่รู้จะเอาเงินไปลงทุนอะไรดี
ผมเริ่มศึกษาตลาดหุ้นในยุคนั้น และเริ่มมีบัญชีหุ้นเป็นของตัวเองปี 2544

ปี 2551 วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์
ช่วงนั้นผมอยู่เยอรมัน ไม่มีบัญชีหุ้น และไม่ได้ตามข่าวอะไรเลย
คร่าวๆ ว่ามีคนเจ็บกันไปในระดับนึง แต่คนกลุ่มนั้นก็เป็นคนละกลุ่มกับปี 40
ซึ่งส่วนใหญ่จะเข็ดขยาดกันไปเรียบร้อยแล้ว
คนเล่นหุ้นในช่วงนั้นจะดูเป็นคนไฮโซนิดๆ เหมือนจะพูดแต่วิชาการ ไม่ค่อยรู้เรื่อง

ปี 2554 จนถึง ปัจจุบัน
เริ่มเห็นหนังสือรวยด้วยหุ้น หัดเล่นหุ้นด้วยตัวเอง ฯลฯ หลายสิบเล่มในร้านหนังสือ
ปีนี้ มองไปรอบตัว วิศวกรจบใหม่ คนวัยทำงานที่ไม่เคยสนใจเรื่องหุ้น
(และเริ่มทำงานหลังปี 2545 ซึ่งไม่เคยสัมผัสความเจ็บปวดจากตลาดหุ้น)
ทุกๆ คนหันมาเริ่มเปิดบัญชีหุ้น มีการซื้อขายผ่านไอโฟน แอนดรอย
บางคนหาเงินง่าย บางคนยังหาเงินไม่ได้ แต่ทุกคนเริ่มมีความหวังกับหุ้น
เพราะดอกเบี้ยเงินฝาก ต่ำกว่า 1% และไม่มีหนทางลงทุนอื่นๆ อีก

ความรู้สึกนี้ มันเหมือนย้อนไปสมัยผมเด็กๆ ช่วงปี 2536
คนขับรถประจำตำแหน่งพ่อผม แม่ค้าร้านโจ๊กที่ทำงานพ่อ
ครูประถม แม่ค้าร้านโค้กที่โรงเรียน จะเม้าท์มอยเรื่องตลาดหุ้นกันทุกๆ เช้า…
ปรากฏการณ์นี้ดูหนักกว่าที่ผ่านมา ผมคาดว่าตลาดหุ้นจะเจ๊งหนักและเร็ว
กว่ารอบที่แล้ว….

Credit. Pop TheBug

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s