โรลโมเดลของความฝัน

วันก่อนได้เปิดเว็บไซต์ของพันทิพในหมวดศาสนา  พบข่าวหนึ่งน่าสนใจในประเด็น "บทบาทสงฆ์กับการเกื้อหนุนสังคมโลก" ฉันอ่านแล้วก็ชื่นใจ
มันกระตุ้นให้ฉันได้คิด ให้ฉันได้ฝัน เพราะมันเป็นสิ่งที่คล้าย เป็นเค้าลางจางงๆของสิ่งที่ฉันอยากจะทำในใจลึกๆ เป็นความฝันที่ปรากฏรูป
ถ้าหากว่าฉันมีความฝัน นั่นคงเป็นหนึ่งในความฝันของฉัน ดังนี้
"ขณะที่หลายจังหวัดประสบปัญหาเด็กไม่มีที่เรียน   อีกทั้งโรงเรียนหลายแห่งเรียกเก็บค่าแป๊ะเจี๊ยะ  และค่าเล่าเรียนแพง กลับมี "โรงเรียนวัด" ให้เรียนฟรีเกิดขึ้น แถมมีอุปกรณ์ทันสมัย และครูจบจากต่างประเทศ

โดยเช้าวานนี้ (๔ เม.ย.) ผู้สื่อข่าวไปที่โรงเรียนพลูหลวงวิทยา หรือวัดโคกพลู ในเขต อ.เมืองตาก พบว่าบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานไปสมัครเข้าเรียน  ซึ่งโรงเรียนเปิดรับสมัครนักเรียนชาย-หญิงเข้าเรียนทุกชั้น ตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่  ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ในปีการศึกษา ๒๕๕๐ โดยรับสมัคร ๗๒๐ คน แต่แค่ช่วงเช้ามาสมัครกันกว่า ๑,๐๐๐ คน เกินกว่าจะรับได้

พระครูประภากรสิกขกิจ  เจ้าอาวาสวัดโคกพลู  เปิดเผยว่า  โรงเรียนพลูหลวงวิทยาเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา  เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เป็นโรงเรียนวัด มีอุปกรณ์ทันสมัยเทียบเท่าโรงเรียนเอกชน  มีครูอาจารย์ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ทั้งในและต่างประเทศ

นักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  ทั้งค่าเทอม  ค่าบำรุงการศึกษา  ค่าอาหาร  ฟรีหมดทุกอย่าง  เป็นแห่งแรกในภาคเหนือตอนล่าง ทุนส่วนใหญ่มาจากการบริจาค   เด็กที่มาสมัครมีทั้งคนไทยพื้นราบ  และเด็กไทยภูเขาพื้นที่ห่างไกล

เจ้าอาวาสวัดเปิดเผยต่อไปว่า   จะคัดเด็กฐานะยากจนและด้อยโอกาสก่อน  เพื่อให้มีโอกาสเรียนในโรงเรียนดี  เป็นการช่วยเหลือผู้ปกครอง สำหรับการสอนจะใช้หลัก  คุณธรรมนำความรู้  นักเรียนจะได้รับความรู้ทางพระพุทธศาสนาควบคู่กับวิชาปกติ  ขณะเดียวกันขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาทอดผ้าป่าการศึกษาช่วยนักเรียน  รวมทั้งสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติม เพื่อรองรับนักเรียนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีอาคารเดียว

นายศิวชาติ  ศิริเลิศ อาจารย์ใหญ่โรงเรียน เปิดเผยว่า มีครูอาจารย์ ๒๒  คน จบปริญญาตรี ๑๘ คน ปริญญาโท ๔ คน ทุกคนสมัครใจมาช่วยสอนที่นี่  เช่น  นายเวชยันต์  จริงใจ  จบปริญญาโทจากอินเดีย  สาขาพระพุทธศาสนา   อดีตเคยบวชเรียนที่นี่   หลังจากลาสิกขาได้ไปเรียนต่อและอาสากลับมาสอน  ปัจจุบันมีนักเรียนพันกว่าคน  เด็กมาสมัครปีนี้พันกว่าคน เป็นไทยพื้นราบ ๙๐% ไทยภูเขา ๑๐%

นายศิวชาติกล่าวต่อไปว่า  ส่วนเด็กที่เข้าไม่ได้จะขึ้นทะเบียนไว้ และสอบถามความสมัครใจผู้ปกครองว่า    ถ้าหาโรงเรียนอื่นเรียนไม่ได้  คงต้องใช้ศาลาวัดเป็นที่เรียนชั่วคราว สาเหตุที่สมัครเรียนกันมาก  ทั้งๆ ที่เพิ่งเปิดสอนได้ ๒ ปี โดยเปิดสอนครั้งแรกเมื่อ ๑๖ พ.ค.๔๘ นั้น

คงเป็นเพราะ "ปากต่อปาก" และผู้ปกครองต้องการให้บุตรหลานได้รับการอบรมธรรมะ  เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ต่างๆ รุนแรง   โรงเรียนมีหลักสูตรพระพุทธศาสนาสอน เพื่อหล่อหลอมจิตใจเยาวชน

นางวารี  อมรปัญญาศรี  อายุ ๔๕ ปี ชาวบ้าน ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก บอกว่าพาลูกมารอสมัครตั้งแต่เช้ามืด   แต่ไม่ได้เพราะเต็มก่อน   สาเหตุที่อยากให้ลูกเข้าเรียนเพราะมีการสอนบทเรียนทั่วไปควบคู่กับคุณธรรม   ก่อนเข้าห้องเรียนมีสวดมนต์  และฟังเทศน์กล่อมเกลาจิตใจ รวมทั้งไม่เสียค่าใช้จ่าย ถึงจะเป็นโรงเรียนวัดแต่มีคุณภาพ แม้จะได้เรียนในศาลาวัดก็ยังดี"

 

อ่านข่าวนี้จากเว็บแล้ว "ชื่นใจจังเลย" ฉันขอกราบบูชา "สังคหธรรม" ของพระเดชพระคุณเจ้า "พระครูประภากรสิกขกิจ" ด้วยความเลื่อมใส-ศรัทธา มา ณ ที่นี้  และไม่ลืมที่จะกราบคุณครูอาจารย์ผู้เสียสละเป็นเลิศทั้ง ๒๒ ท่านนั้นด้วย ส่วนตัวฉันก็หวังอย่างยิ่งที่มันจะไม่เป็นเพียงแค่การสร้างวิมานสุขใจในอากาศไปวันๆของฉันเท่านั้น.
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s