เจ้าชายรักร่วมเพศ, คู่คุณแม่เลสเบียน และเพนกวินคู่เกย์ ตำราเทพนิยายเกย์เมืองผู้ดี

"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  ยังมีเจ้าชายพระองค์หนึ่งที่กำลังมองหาหญิงงามที่เหมาะสมจะเป็นพระราชินีในอนาคตของพระองค์  เจ้าชายได้พบเจ้าหญิงองค์หนึ่ง แต่เจ้าชายไม่พอพระทัย พระองค์ได้รับการแนะนำให้รู้จักเจ้าหญิงอีก  2 พระองค์  ซึ่งก็ยังไม่ต้องพระทัยเจ้าชายอยู่เช่นเดิม  กระทั่ง…เจ้าชายได้พบเจ้าชายพระองค์หนึ่งผู้เป็นพระเชษฐาของเจ้าหญิง  เจ้าชายทั้งสองตกหลุมรักกัน  ทั้งคู่จัดพิธีอภิเษกสมรสสวยงามดั่งในฝัน   แล้วเจ้าชายทั้งสองก็ได้กลายเป็นพระราชากับพระราชา  ครองรักกันอย่างมีความสุขไปชั่วกัลปาวสาน…"
เนื้อเรื่องข้างต้นไม่ได้มาจากหนังสือการ์ตูนเกย์ใต้ดิน   แต่มันคือเรื่องย่อของหนังสือ "King & King" ซึ่งเป็นเทพนิยายเล่มหนึ่งนหนังสือประกอบการเรียนหลักสูตรใหม่สำหรับนักเรียนประถมศึกษาเมืองผู้ดีอายุตั้งแต่  4 ขวบถึง 11 ขวบ ที่เปิดโครงการนำร่องในโรงเรียน 14 แห่งไปแล้ว

นอกจาก    "พระราชากับพระราชา"   ยังมีหนังสือสำหรับเด็กอย่างเช่น   "And   Tango Makes    Three"    ที่เล่าเรื่องราวของ    รอย    และ   ซิโล   นกเพนกวินหนุ่มในสวนสัตว์นิวยอร์ก   ที่จับคู่กันเอง  กระทั่งเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ตระหนักว่าทั้งสองรักกัน จึงนำไข่มาให้ทั้งคู่ฟัก จนกระทั่ง แทงโก กะเทาะเปลือกออกมากลายเป็นลูกนกเพนกวินที่มีพ่อ 2 ตัว

เมื่อมีหนังสือว่าด้วยคู่คุณพ่อเกย์แล้ว คู่คุณแม่เลสเบียนก็ต้องไม่น้อยหน้า โครงการนี้แนะนำหนังสืออีกเล่มคือ  "Spacegirl Pukes" เป็นเรื่องราวของเด็กหญิงนักท่องอวกาศตัวน้อยที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยคุณแม่ ลูลา และคุณแม่ นีนี

โครงการนี้เป็นโครงการนำร่องซึ่งได้รับงบประมาณ  600,000  ปอนด์ นี้ใช้ชื่อโครงการว่า "ไม่มีคนนอก"(No Outsiders)   ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการของอังกฤษและถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนต่างๆ  ในการปรับตัวให้เข้ากับกฎหมายใหม่ของรัฐบาล ที่ส่งเสริมว่าการรักร่วมเพศนั้นเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างหนึ่งของปกติชน

"ผมไม่ว่าอะไรถ้าพวกผู้ใหญ่จะทำด้วยความเห็นพ้องกันทั้งสองฝ่าย"   แอนดี  เฮ็บเบิร์ด  ผู้ก่อตั้งกลุ่มองค์กรพ่อแม่กล่าว "แต่ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้ควรจะนำเสนอต่อพวกเด็กๆ นะ"

นอกจากผู้ปกครองหัวอนุรักษนิยมจะไม่พอใจแล้ว      โครงการนี้ยังทำให้กลุ่มองค์กรทางศาสนาหลายกลุ่มโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ว่ารัฐบาลกำลังโฆษณาชวนเชื่อการรักร่วมเพศ

"มันก็ประหนึ่งก็ล่วงละเมิดทำร้ายเด็กนั่นแหละ"    สตีเฟน   กรีน   ผู้อำนวยการกลุ่มคริสเตียนวอยซ์  กล่าว  "ทั้งโครงการนี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าการโฆษณาชวนเชื่อ ที่พุ่งเป้าหมายไปที่เด็กนักเรียนประถมศึกษาเพื่อให้เด็กๆ รู้สึกเห็นอกเห็นใจการรักร่วมเพศ"

ตามที่ผู้บริหารโครงการ "ไม่มีคนนอก" เปิดเผย เรื่องราวความรักในเทพนิยายระหว่าง "พระราชากับพระราชา" เป็นพื้นฐานสำหรับการเขียนเรื่อง "ซินเดอเรลลาฉบับอัลเทอร์เนทีฟ" หรือซิลเดอเรลลาทางเลือกใหม่สำหรับพวกเด็กนักเรียนในโรงเรียนนำร่อง

ที่โรงเรียนอีกแห่งในกรุงลอนดอนที่เข้าร่วมโครงการนี้ เด็กนักเรียนในวัย 4 ถึง 11 ขวบ กำลังฝึกซ้อมการแสดงอุปรากรเรื่อง  "The  Sissy  Duckling" ที่ว่าด้วยลูกเป็ดตัวผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหาร, รักการทำความสะอาด และรักศิลปะ

โครงการนำร่องนี้ถือว่าเป็นความพยายามเริ่มแรกในการทำให้ประเด็นรักร่วมเพศกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในโรงเรียนประถมยุคใหม่ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากเมื่อปี 2546 รัฐบาลอังกฤษได้ทบทวนยกเลิกข้อบัญญัติในกฎหมายรัฐบาลท้องถิ่นฉบับปี   2531  ที่ห้ามทางการท้องถิ่นส่งเสริมหรือสนับสนุนให้เกิดการยอมรับการรักร่วมเพศ

ผู้ตรวจการสถานศึกษาของรัฐบาลยังอ้างถึงปัญหาเด็กนักเรียนถูกรังแกในชั้นเรียนและในสนามเด็กเล่น ที่เกิดจากการรังเกียจพวกรักร่วมเพศ มาเป็นข้อสนับสนุนโครงการนี้ด้วย

คณะผู้บริหารโครงการเผยว่า    "ไม่มีคนนอก"   ได้แรงบันดาลใจมาจากคำพูดของอาร์คบิชอป เดสมอนด์   ตูตู  ชาวแอฟริกันผู้ได้รับรางวัลโนเบล  ซึ่งกล่าวไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์  2547  ว่า  "ทุกคนต่างเป็นคนใน   ไม่มีใครเป็นคนนอก   –   ไม่ว่าพวกเขาจะนับถือศาสนาอะไร   ไม่ว่าจะผิวสีไหน มีเพศหรือรสนิยมทางเพศอย่างไร"

พวกเขายืนยันว่า  โครงการของตนไม่ใช่การยัดเยียดโฆษณาชวนเชื่อ หนังสืออย่าง "พระราชากับพระราชา" ก็ไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อมากไปกว่า "ซินเดอเรลลา" หรือเทพนิยายเก่าแก่เรื่องอื่นๆ

"หนังสือเหล่านี้นำเสนอรูปการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน"    เอลิซาเบธ   แอตคินสัน   ผู้อำนวยการโครงการกล่าวกับวิทยุบีบีซี  "สิ่งที่เราทำกันอยู่คือการนำเสนอความจริง  เด็กหลายๆ คนในประเทศนี้มีประสบการณ์กับสิ่งเหล่านี้ทุกวันอยู่แล้ว"

เธอบอกว่า วัตถุประสงค์หลักอย่างหนึ่งของโครงการคือการป้องกันการรังแกเด็กที่มีผู้ปกครองเป็นคนรักร่วมเพศหรือเด็กที่ถูกเพื่อนมองว่าเป็นเกย์หรือเลสเบียน

"ประสบการณ์ชีวิตของเด็กทุกคนจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากทัศนคติที่เกิดขึ้นในโรงเรียนของเด็ก    นั่นหมายความถึงการสร้างสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่ไม่มีใครต้องกลายเป็นคนนอก"   คำแถลงของคณะผู้บริหารโครงการนี้กล่าวไว้ในเว็บไซต์

กระนั้น   ทาฮีร์   อะลาม   โฆษกฝ่ายการศึกษาสำหรับสภามุสลิมแห่งอังกฤษ  ให้ทัศนะต่อเรื่องนี้กับข่าวรอยเตอร์ว่า   โครงการนี้กำลังสนับสนุนความรู้สึกนึกคิดแบบชีวิตคนเมือง   ซึ่งขัดแย้งกับการสอนของศาสนาอิสลามและหลายๆ ศาสนา

"ทำไมเราต้องนำความคิดพวกนี้ไปใส่หัวของเด็กเล็กขนาดนั้นล่ะ"   เขาแย้ง  "พ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมากมายคงจะกลุ้มหนักที่ลูกของพวกเขาได้อ่านหนังสือเหล่านี้  ซึ่งมันตรงกันข้ามกับค่านิยมและความเชื่อทางศาสนาของพวกเขา"

กรีนซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มคริสเตียนก็เตือนถึงภัยแฝงจากโครงการนี้เช่นกันว่า   มันอาจทำให้เด็กล่อแหลมต่อการเป็นเหยื่อของผู้ร้ายหื่นกาม   จากการทำให้พวกนี้คิดเอาว่า "การที่เจ้าหนูสองคนนั่นกำลังเล่นยุ่มย่ามกันอยู่มันช่างปกติธรรมดาเสียจริงเชียว"

"พ่อแม่ควรจะรู้สึกสบายใจที่ได้รู้ว่าโรงเรียนคือสถานที่ที่ปลอดภัย"   เขากล่าว   "และการที่ลูกของพวกเขาถูกปลูกฝังความคิดจากโฆษณาชวนเชื่อที่ส่งเสริมรักร่วมเพศ     ก็เป็นการล่วงละเมิดความไว้เนื้อเชื่อใจที่พ่อแม่ฝากไว้กับโรงเรียน"

จาก http://www.thaipost.net/index.asp?bk=tabloid&post_date=18/Mar/2550&news_id=139527&cat_id=220500

 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to เจ้าชายรักร่วมเพศ, คู่คุณแม่เลสเบียน และเพนกวินคู่เกย์ ตำราเทพนิยายเกย์เมืองผู้ดี

  1. Pitaksit says:

    ไง มึง  ไอ้ทิม..
    อยู่สุขสบายดี นะมึง  ท่าทาง จะสุขมากๆ ด้วยแฮะๆ  แล้วจะมา ฝรั่งเศส อีกมั้ยเนี่ยะ หรือไม่มาแล้ว
    ไปที่อื่นดีกว่า แม่น บ๋

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s