เจ้าชายยีซกทวงบัลลังก์

เรื่องยีๆของเจ้าชายจากเกาหลี

โดย http://www.thaipost.net

 

เจ้าชายเกาหลีทวงบัลลังก์

12 พฤศจิกายน 2549   

ระบอบกษัตริย์อันเก่าแก่ของเกาหลีที่ถูกโค่นบัลลังก์ไปเมื่อ 1 ศตวรรษก่อน อาจถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่อีกครั้ง หากความพยายามของบุรุษนามว่า เจ้าชายยีซก สัมฤทธิผล

อดีตนักร้องผู้ผันตัวเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์และกลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวในท้องถิ่นที่พำนักได้เริ่มแผนการรณรงค์ทั่วประเทศเพื่อกอบกู้ราชบัลลังก์ของเขาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา   กระนั้นเจ้าชายยืนยันว่าวัตถุประสงค์ของการรณรงค์ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องให้ราชวงศ์กลับมามีอำนาจอีกครั้ง   แต่เป็นเพียงการรื้อฟื้นบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาใหม่  และเหนือสิ่งอื่นใด  สิ่งที่ว่านั้นจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้เสียด้วย

"วันที่  7  พฤศจิกายน  เราจะเริ่มรณรงค์" เจ้าชายยีกล่าวต่อคณะนักการทูตและผู้สื่อข่าวต่างชาติกลุ่มเล็กๆ   ที่เดินทางเยือนเมืองชอนจู  หนึ่งในแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมเกาหลี เมื่อเร็วๆ นี้

"ผมวางแผนจะสร้างระบอบกษัตริย์เชิงสัญลักษณ์   นับจากฤดูใบไม้ร่วงนี้ ผมจะเดินทางไปทุกตรอกซอกซอยของเกาหลีเพื่อล่ารายชื่อประชาชน" เจ้าชายกล่าว

ดินแดนเกาหลีใต้ว่างเว้นจากระบอบกษัตริย์มาเนิ่นนานมากแล้ว   และประเทศก็เพิ่งจะเปลี่ยนจากการอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหารมาเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อไม่นานมานี้เอง   แล้วทุกวันนี้ยังจะมีชาวเกาหลีใส่ใจเรื่องนี้ด้วยหรือ?

ถ้าถามเจ้าชาย  คำตอบก็คือ  มีสิ และเจ้าชายได้วางแผนจะรวบรวมลายมือชื่อประชาชน 1 ล้านคนเพื่อพิสูจน์คำตอบนี้

"ตอนที่ผมออกไปเที่ยวข้างนอก คนบางคนจะปฏิบัติกับผมเสมือนเชื้อพระวงศ์ พวกเขาเรียกผมว่า ทูลกระหม่อมทำเอาผมปลื้มจนน้ำตาไหล"

รัชทายาทไร้บัลลังก์คนนี้อ้างสิทธิสืบทอดราชบังลังก์เก่าแก่ของเกาหลีภายหลังญาติที่เป็นเชื้อพระวงศ์สูงวัยกว่าสิ้นชีวิตลงเมื่อปีก่อน

เจ้าชายกล่าวว่า    ขณะนี้ตนเป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งในฐานะผู้นำคนปัจจุบันของตระกูลยี  ที่เคยปกครองราชอาณาจักรเกาหลีทั้งหมดนาน 500 ปีแห่งรัชสมัยของราชวงศ์โชซุน เมื่อครั้งที่ประเทศเป็นที่รู้จักของโลกภายนอกในนามราชอาณาจักรนักพรต

ราชวงศ์โชซุนถึงคราวอวสานเมื่อจักรวรรดินิยมญี่ปุ่นเข้ายึดครองเกาหลีในปี  พ.ศ.2453 จักรพรรดิองค์สุดท้ายของเกาหลีมีพระนามว่า ซุนจอง สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ พระอนุชาของพระองค์คือ เจ้าชายอุยชิน ก็คือพระบิดาของเจ้าชายยีซก พระองค์มีทายาทมากกว่า 20 คนจากพระชายา 10 คน

"ตอนนี้วังต็อกซูและวังเกียงบ็อก (ตั้งอยู่ในกรุงโซลทั้งคู่) ล้วนปล่อยร้าง มีเพียงมัคคุเทศก์บางคนเท่านั้นที่แวะเวียนมาที่นี่ ถ้ารัฐบาลอนุญาตให้เราเข้าไปอยู่ในวัง เราก็จะคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวและพาชมสถานที่ แบบนี้ไม่ดีหรือ?" เจ้าชายเสนอไอเดีย

และก็เป็นเหมือนกับพวกเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ ทั่วโลกที่สูญเสียสถานะเมื่อระบอบกษัตริย์และราชวงศ์ของตนถูกโค่นเมื่อนานมาแล้ว  ราชวงศ์ที่ไร้ราชบัลลังก์ของเกาหลีก็มีคนอื่นอีกหลายคนอ้างสิทธิ์เป็นรัชทายาทเช่นกัน

ในพิธีราชาภิเษกจักรพรรดินี  ยีแฮวอน  ซึ่งเป็นภคินีต่างมารดาวัย  88  ปี  ซึ่งจัดขึ้นภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงโซลเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ยีก็ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วม

ปีที่แล้ว  ลีคู  รัชทายาทที่สืบสายโลหิตโดยตรงจากมกุฎราชกุมารองค์สุดท้าย  ซึ่งถือกำเนิดในญี่ปุ่น  อาศัยอยู่ในกรุงโตเกียวเกือบทั้งชีวิต และแทบพูดภาษาเกาหลีไม่ได้เลย  ได้เสียชีวิตลงโดยไม่มีทายาทแม้แต่คนเดียว

เจ้าชายองค์นี้  ซึ่งเลือกใช้ชื่อสกุลลี อันเป็นคำเดียวกับยี แต่ใช้ตัวอักษรแตกต่างกัน เป็นโอรสที่เหลือรอดชีวิตเพียงองค์เดียวของมกุฎราชกุมารองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์โซชุน

ทุกวันนี้  ยีซก  ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยท้องถิ่น  พักอาศัยในบ้านไม้แบบเกาหลีที่รัฐบาลท้องถิ่นจัดหาให้   ตั้งอยู่ในเขตเมืองโบราณที่เปิดต้อนรับคณะนักท่องเที่ยว ซึ่งเจ้าชายเองในฐานะเจ้าบ้านก็เต็มใจรับรองผู้มาเยือน

ยีเกิดเมื่อปี  2484  มีชีวิตผ่านความทุกข์ยากลำเค็ญเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชาติจำนวนมากบนคาบสมุทรเกาหลีที่ถูกแบ่งเป็นเหนือ-ใต้หลังยุคสงครามเย็น   แต่ตอนนี้เมื่อเจ้าชายเล่าถึงความเจ็บปวดเมื่อครั้งอดีต  เช่น  ความพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว 8 ครั้ง หรือช่วงเวลาที่ต้องเป็นทหารระหว่างสงครามเวียดนามแล้วถูกยิงขณะร่วมรบกับฝ่ายสหรัฐ   น้ำเสียงกลับเจือด้วยรอยยิ้มกว้างและเสียงหัวเราะอย่างผ่อนคลาย ขณะบอกกล่าวด้วยภาษาเกาหลีปนกับภาษาอังกฤษ

เจ้าชายยีพยายามทำงานสารพัดอย่างเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวเป็นเวลาหลายปี ภายหลังรัฐบาลยกเลิกเบี้ยเลี้ยงชีพที่เหลืออยู่ก้อนสุดท้ายสำหรับพวกเชื้อพระวงศ์

ยีเคยหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักร้องอยู่ช่วงหนึ่ง  และเพื่อเอาใจแขกที่มาเยือน  เขาได้ร้องท่อนสั้นๆ ของเพลง "I Left My Heart in SanFrancisco" เพลงดังของโทนี เบนเน็ตต์ นักร้องอเมริกัน  ด้วยเสียงอันไพเราะ  มีเสียงดนตรีพื้นเมืองแบบเกาหลีคลอเป็นแบ็กกราวด์ ยีชี้ให้คณะผู้มาเยือนดูกรอบภาพอักษรลิขิตภาษาจีนที่มีความหมายว่า  "อดทน" ซึ่งเป็นหนึ่งในสมบัติของครอบครัวไม่กี่ชิ้นที่เหลือตกทอดมาถึงเขา

ด้านบนเหนือศีรษะ เป็นภาพของบิดาและปู่ของยี ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 26 ของราชวงศ์โชซุน

ยังมีข้อเท็จจริงน่าสนใจที่ขัดแย้งในตัวเอง  ภายหลังคาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งแยกเป็นฝ่ายเหนือ-ฝ่ายใต้  ประเด็นที่ว่าคือแนวโน้มถึงปัจจุบัน คอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือกลับเป็นฝ่ายหวนไปสถาปนาระบอบราชวงศ์ขึ้นใหม่โดยคนตระกูลคิม  ขณะที่ฝ่ายเกาหลีใต้  หลังสิ้นยุคเผด็จการทหารก็เปลี่ยนระบอบการเมืองเลือกผู้นำคนใหม่ด้วยการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุกๆ 5 ปี

เมื่อถูกตั้งคำถามว่า ถ้าความพยายามของเขาประสบผลสำเร็จ เจ้าชายจะกลายเป็นจักรพรรดิของสองเกาหลีเลยหรือเปล่า? ยีหัวเราะก่อนจะตอบว่า ไม่หรอกครับ แค่เกาหลีใต้ประเทศเดียว

"คิมจองอิลเป็นคนบ้า  เขาเป็นยิ่งกว่ากษัตริย์อีก"  เจ้าชายกล่าวถึงผู้นำเผด็จการคนปัจจุบันของเกาหลีเหนือ.

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to เจ้าชายยีซกทวงบัลลังก์

  1. Rose love says:

    น่าสงสารและน่าเห็นใจเจ้าชายยีจริงๆ เป็นเพราะญี่ปุ่นที่ชอบรุกรานคล้ายกับเราเลยเมื่อสมัยพระองค์ดำต้องไปอยู่ในวังพม่ากับองค์พี่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s