“มงคลสูตร”

"มงคลสูตร" เป็นสูตรที่แนะนำวิธีการดำเนินชีวิตที่เป็นมงคลสูงสุดอย่างชาวบ้าน จนถึงชีวิตที่เป็นมงคลสูงสุดอย่างพระสงฆ์ พระพุทธองค์ตรัสพระสูตรนี้แก่เทวดาผู้ทูลถามถึงสิ่งที่เป็นมงคล  สาเหตุมาจากการที่ประชาชนประชุมกันที่สภาเพื่อฟังกถาที่แสดงเรื่องราวต่างๆ โดยได้เชิญผู้มีความรู้ในแต่ละเรื่องมาแสดงตามวาระ เรื่องที่แสดงนั้นบางเรื่องต้องใช้เวลานานถึง ๔ เดือนจึงจบลงได้

วันหนึ่ง  ได้มีการหยิบยกเรื่องปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่เชื่อว่าเป็นมงคลสำหรับชีวิตขึ้นมาแสดง ณ  สภาแห่งนั้น ปัญหานี้ได้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางจนไม่สามารถหาข้อยุติได้   ต่างคนต่างก็มีเหตุผลสนับสนุนแนวความคิดของตน  ปัญหาดังกล่าวมิใช่เพียงถกเถียงกันในหมู่มนุษย์เท่านั้น   แต่ยังขยายวงถกเถียงกว้างออกไปจนถึงหมู่เทพทั้งหลาย ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นจากมนุษย์จนถึงสวรรค์

สิ่งที่คนสมัยพุทธกาลเชื่อกันว่าเป็นมงคลสูงสุดสำหรับชีวิตแยกออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ

๑.กลุ่มที่ถือเอาสิ่งที่ตาเห็นว่าเป็นมงคล กลุ่มนี้ถูกเรียกว่า "ทิฏฐมังคลิกะ" กลุ่มนี้มีความเห็นว่าการได้เห็นสิ่งที่คนยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าดีนั่นเองเป็นมงคล สังคมมนุษย์ในยุคนั้นเห็นว่าสิ่งใดดี  การได้เห็นสิ่งนั้นถือว่าเป็นมงคล  เช่น  คนในยุคนั้นเห็นว่า   ตื่นนอนลุกขึ้นแต่เช้า  ได้เห็นนกนางแอ่นบินถลาเล่นลม  มะตูมสุกสีเหลืองสด  หญิงมีครรภ์  เด็กน้อยแต่งตัวสวยงามน่ารัก  น้ำเต็มตุ่ม  ปลาตะเพียนแดงสด ม้าอาชาไนย รถเทียมด้วยม้าอาชาไนย พ่อโค แม่โค โคแดง รวมความคือ ตาได้เห็นสิ่งที่ยอมรับว่าดีนั่นเองเป็นมงคล

๒.กลุ่มที่ถือเอาสิ่งที่หูได้ยินว่าเป็นมงคล  กลุ่มนี้ถูกเรียกว่า "สุตมังคลิกะ" กลุ่มนี้มีความเห็นว่าการได้ยินเสียงที่คนยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าดีนั่นเองเป็นมงคล เช่น  ตื่นนอนลุกขึ้นแต่เช้าได้ยินเสียงให้พรว่า  จำเริญๆ เถิด สิ่งนี้ๆ เต็มบริบูรณ์ไม่ขาดตกบกพร่อง  สิ่งนี้ๆ ขาวสะอาดบริสุทธิ์  จิตใจดี สิริเจริญ วันนี้ฤกษ์งามยามดี วันดี มงคลดี รวมความคือ หูได้ยินสิ่งที่ยอมรับว่าดีนั่นเองเป็นมงคล

๓.กลุ่มที่ถือเอาสิ่งที่จมูกดมกลิ่นว่าเป็นมงคล   กลุ่มนี้ถูกเรียกว่า "มุตมังคลิกะ" กลุ่มนี้มีความเห็นว่าการได้ดมกลิ่น   ลิ้มรสที่คนยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าดีนั่นเองเป็นมงคล  โดยยึดถือสิ่งที่ได้รับรู้ทางจมูก  ทางลิ้น  ทางกาย  คือ  กลิ่น รส โผฏฐัพพะ  สมมุติว่าดีงามเป็นมงคล  เช่น  ตื่นนอนลุกขึ้นแต่เช้า ได้สูดดมกลิ่นหอมของมวลบุปผา  หรือได้แปรงฟันให้ขาวสะอาด  ได้สัมผัสแผ่นดินอันอบอุ่น  ได้ยืนอยู่ท่ามกลางข้าวกล้าอันเขียวขจี   ได้สัมผัสมูลโคสด  หมู่เกวียนบรรทุกงา  ได้ลูบไล้ดินสอพองของไล้ทา   ได้นุ่งผ้าขาวและโพกผ้าขาวสะอาด  รวมความ คือจมูกได้ดมกลิ่นที่ยอมรับว่าดีนั่นเองเป็นมงคล

ปัญหาดังกล่าวได้ถกเถียงกันกินเวลานานถึง  ๑๒ ปี ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้ว่าอะไรเป็นมงคล   จึงเกิดข้อถกเถียงขยายวงกว้างออกไปตั้งแต่หมู่มนุษย์จนถึงเหล่าเทวดาทั้งหลาย  ในที่สุดพระอินทร์  เทวาธิบดีแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้มีบัญชาให้เทพบุตรตนหนึ่ง เป็นตัวแทนเหล่าเทพไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลถามมงคล พระพุทธองค์ได้ตรัสมงคลสูงสุดสำหรับชีวิตตอบเทพบุตร    ปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นมงคลสูงสุดสำหรับชีวิตที่ถกเถียงกันมา ๑๒ ปี จึงยุติลงตั้งแต่นั้นมา

เนื้อความโดยย่อของมงคลสูตร   กล่าวถึงมงคล  ๓๘  ประการ  ซึ่งพระพุทธองค์แสดงไว้ว่าเป็นมงคลสูงสุดในชีวิต    หากทุกคนดำเนินชีวิตตามมงคลที่พระพุทธองค์แสดงไว้   เขาก็จะประสบแต่สิ่งที่เป็นมงคล   โดยไม่จำเป็นต้องแสวงหามงคลจากที่ไหน

พระพุทธองค์ทรงแสดงมงคล  ๓๘  ประการไว้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต ทรงแนะนำตั้งแต่การดำเนินชีวิตอย่างชาวบ้าน  ๑.ต้องไม่คบค้าสมาคมกับคนพาลสันดานหยาบ ซึ่งจะนำความทุกข์ระทมใจและความเดือดร้อนมาให้ ๒.การคบบัณฑิตจะทำให้ชีวิตพบทางสว่างเหมือนการขึ้นมาแห่งดวงอาทิตย์ได้ทำลายความมืด   ๓.การเคารพบูชาสิ่งที่ควรเคารพบูชา  ๔.การได้อยู่ในถิ่นอันสมควร ๕.ความมีบุญได้ทำไว้ในกาลก่อน  ๖.การตั้งตนไว้ชอบ ๗.ความเป็นผู้มีการศึกษาดี ๘.ความเป็นผู้มีศิลปะ ๙.ความเป็นคนมีระเบียบวินัยที่ได้รับการฝึกหัดมาดี  ๑๐.ความเป็นผู้มีการเจรจาปราศรัยดี    ๑๑.การเลี้ยงดูบิดามารดา   ๑๒.การสงเคราะห์บุตร   ๑๓.การสงเคราะห์ภรรยา    ๑๔.การมีงานไม่คั่งค้าง  ๑๕.รู้จักให้ทาน  ๑๖.มีธรรมะ  ๑๗.การสงเคราะห์ญาติพี่น้อง  ๑๘.การทำสิ่งที่ไม่มีโทษ  ๑๙.การงดเว้นจากบาป ๒๐.การบังคับตนจากการดื่มน้ำเมา  ๒๑.ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย  ๒๒.การมีความเคารพ  ๒๓.การไม่เย่อหยิ่ง  ๒๔.การมีความสันโดษ  ๒๕.ความกตัญญู ๒๖.การฟังธรรมตามกาล ๒๗.มีความอดทน ๒๘.การเป็นผู้ว่าง่าย ๒๙.การพบเห็นสมณะ ๓๐.สนทนาธรรมตามกาล  ๓๑.การบำเพ็ญตบะ  ๓๒.การประพฤติพรหมจรรย์ ๓๓.การเห็นอริยสัจ   ๓๔.การทำนิพพานให้แจ้ง   ๓๕.จิตของผู้ที่ถูกโลกธรรมกระทบแล้วไม่หวั่นไหว ๓๖.เป็นจิตไม่ยินร้าย ๓๗.เป็นจิตไม่ยินดี ๓๘.เป็นจิตเกษม

มงคลทั้ง  ๓๘  ประการนี้ละเอียดไปเป็นลำดับ มีจุดประสงค์เพื่อการพ้นทุกข์โศกโรคภัยในการดำเนินชีวิตอย่างชาวบ้านทั่วๆ ไป   จนถึงการพ้นทุกข์ในสังสารวัฏ คือการเวียนว่ายตายเกิด   พูดง่ายๆ  พระพุทธองค์ทรงแนะนำวิธีที่เป็นมงคลชีวิตอย่างชาวบ้านไปจนถึงมงคลชีวิตอย่างพระนั่นเอง

มงคลสูตร เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงแสดงหลักปฏิบัติเพื่อให้เกิดมงคลในการดำเนินชีวิต   การนำมงคลสูตรมาสวดก็เพื่อเป็นการน้อมนำเอามงคลต่างๆ ตามที่ปรากฏในพระสูตรมาแสดงให้เกิดเป็นมงคลขึ้นกับชีวิต    นอกจากนั้น มงคลสูตรยังมีอานุภาพในการป้องกันภัยอันตรายอันจะเกิดจากความไม่เที่ยงธรรมของเหล่าคนพาลสันดานหยาบทั้งหลาย

ในงานทำบุญโดยทั่วไปพระสงฆ์นิยมสวดมงคลสูตร   พร้อมกับเจ้าภาพจุดเทียนมงคล อันแสดงถึงความส่องสว่างรุ่งเรืองแห่งมงคลในชีวิต

การสวดมงคลสูตรก่อนสูตรอื่นทั้งหมด เหมือนกับเป็นการแนะนำผู้ฟังว่า ผู้ที่ดำเนินชีวิตตามหลักมงคลทั้ง  ๓๘ ประการตามที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนนั้นเป็นมงคลที่มีมงคล  ย่อมมีความเจริญรุ่งเรือง  เหมือนเปลวเทียนที่ส่องสว่าง ชีวิตเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องไปแสวงหามงคลจากภายนอกที่ไหน  เพราะเป็นชีวิตที่มีมงคลอยู่ในตัวแล้ว หากทำได้ก็จะปราศจากทุกข์โศกโรคภัยในการดำเนินชีวิต และถึงความพ้นทุกข์ได้ในที่สุด เหมือนเปลวเทียนที่มีความสว่างในตัวเอง

ในบทขัดตำนาน   คือการบอกเล่าความเป็นมาของพระสูตรและอานุภาพการป้องกัน  เพื่อให้ผู้ฟังเกิดศรัทธาเชื่อมั่นในอานุภาพพระพุทธมนต์ ท่านได้ประพันธ์เป็นคาถาแสดงอานุภาพของมงคลสูตรไว้ดังนี้

"ทั้งมนุษย์และเทวดาต่างก็คิดหาสิ่งที่เป็นมงคลมานานถึง  ๑๒  ปี แม้คิดหาอยู่เช่นนั้นก็ไม่ทราบมงคล    ความโกลาหลจึงเกิดไปทั่วหมื่นจักรวาลจนกระทั่งถึงพรหมโลก   มงคลที่สมเด็จพระโลกนาถเจ้าทรงแสดงไว้สามารถนำบาปทั้งปวงให้เสื่อมหายไปสิ้น    หมู่ชนมีจำนวนนับไม่ถ้วน   ได้พ้นทุกข์ทั้งปวงเพราะฟังมงคลใด   เราทั้งหลายจงสวดมงคลซึ่งประกอบด้วยคุณตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เทอญฯ"

 

from  เรียนรู้พุทธธรรม จากพุทธมนต์ เพื่อชีวิตที่ดีงาม "พุทธานุภาพ" อานุภาพของพระพุทธองค์ ซึ่งพิมพ์เป็นที่ระลึกในพิธีสมโภชหิรัญบัฏ และเครื่องประกอบสมณศักดิ์พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) ๑๒มีนาคม ๒๕๔๙ พิมพ์ครั้งที่ ๙

 

มงคลสูตรคำฉันท์(งานภาษาไทย)

ผู้ทรงพระ ราชนิพนธ์ คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ เมื่อ พ.ศ.2466
ลักษณะคำประพันธ์ กาพย์ฉบังและอินทรวิเชียรฉันท์ แทรกคาถาบาลี
เนื้อ
เรื่องย่อ พระอานนท์ เป็นผู้เล่าว่า
พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวันวิหาร ซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย
ตอนประถมยาม มีเทวดารัศมีเจิดจ้ามาเข้าเผ้าพระพุทธองค์
ทูลถามถึงเรื่องมงคลพระพุทธเจ้าจึงตรัสเทศนาถึงมงคล 38 ประการ
เทวดาและมนุษย์ผู้ปฎิบัติตาม จะเป็นผู้ประเสริฐ ไม่แพ้ในที่ใดๆ
ได้รับความเจริญสวัสดีทุกประการ

@ หนึ่งคือบ่คบพาล
เพราะจะพาประพฤติผิด
หนึ่ง
คบกะบัณฑิต
เพราะจะพาประสพผล
หนึ่งกราบและบูชา
อภิบูชะนีย์ชน
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี

@ ความอยู่ประเทศซึ่ง
เหมาะและควรจะสุขี
อีกบุญญะการที่
ณอดีตะมาดล
อีกหมั่นประพฤติ์ควร
ณสะภาวะแห่งตน
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี

@ ความได้สดับมาก
และกำหนดสุวาที
อีกศิลปะศาสตร์มี
จะประกอบมนุญการ
อีกหนึ่งวินัยอัน
นรเรียนและเชี่ยวชาญ
อีกคำเพราะบรรสาน
ฤดิแห่งประชาชน
ทั้งสี่ประการล้วน
จะประสิทธิ์มนุญผล
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี

@ บำรุงบิดามา-
ตุระด้วยหทัยปรีย์
หากลูกและเมียมี
ก็ถนอมประหนึ่งตน
การงานกระทำไป
บ่มิยุ่งและสับสน
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี

@ ให้ทานณกาลควร
และประพฤติ์สุธรรมศรี
อีกสงเคราะห์ญาติ์ที่
ปฏิบัติบำเรอตน
กอบกรรมะอันไร้
ทุษะกลั้วและมัวมล
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี

@ ความงดประพฤติ์บาป
อกุศลบ่ให้มี
สำรวมวรินทรีย์
และสุราบ่เมามล
ความไม่ประมาทใน
พหุธรรมะโกศล
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี
@ เคารพณผู้ควร
จะประณตและนอบศีร์
อีกหนึ่งมิได้มี
จะกระด้างและจองหอง
ยินดีณของตน
บ่มิโลภทยานปอง
อีกรู้คุณาของ
นรผู้ประคองตน
ฟังธรรมะโดยกา
ละเจริญคุณานนท์
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี

@ มีจิตตะอดทน
และสถิตณขันตี
อีกหนึ่งบ่พึงมี
ฤดิดื้อทนงหาญ
หนึ่งเห็นคณาเลิด
สมณาวราจารย์
กล่าวธรรมะโดยกาล
วรกิจจะโกศล
ทั้งสี่ประการล้วน
จะประสิทธิ์มนุญผล
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี

@ เพียรเผากิเลสล้าง
มละโทษะยายี
อีกหนึ่งประพฤติดี
ดุจะพรหมพิสุทธิ์สรรพ์
เห็นแจ้งณสี่องค์
พระอะรียสัจอัน
อาจนำมนุษผัน
ติระข้ามทเลวน
อีกทำพระนิพพา-
นะประจักษะแก่ชน
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี

@ จิตใครผิได้ต้อง
วรโลกะธรรมศรี
แล้วย่อมบ่พึงมี
จะประหวั่นฤกังวล
ไร้โศกธุลีสูญ
และสบายบ่มัวมล
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี

@ เทวามนุษทำ
วรมงคะลาฉนี้
เปนผู้ประเสริฐที่
บ่มิแพ้ณแห่งหน
ย่อมถึงสวัสดี
สิริทุกประเทศดล
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดีฯ

แนวคิดสำคัญ
ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เกิดจากการประพฤติปฏิบัติของตนเองทั้งสิ้น
หาได้เกิดจากผู้อื่น สิ่งอื่น หรือวัตถุโชคลางใดๆ จากภายนอก
มงคล
หมายถึง เหตุทั้งหลายอันจะทำให้บรรลุถึงความเจริญแห่งสมบัติทั้งปวง
เหตุแห่งความเจริญหรือทางก้าวหน้า มีทั้งหมด 38 ประการ
มงคลสูตร เป็นพระสูตรในขุททกนิกาย หมวดขุททกปาฐ พระธรรมเล็กๆน้อยๆ

คุณค่าที่ได้รับจากการอ่าน
1. ได้ทราบวิธีปฏิบัติตนเพื่อความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต
2. มีคุณค่าทางด้านสังคม เพราะข้อปฏิบัติทุกข้อในมงคลสูตรล้วนมีค่าควรประพฤติปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้บุคคลและสังคมเจริญก้าวหน้า
3. ได้ศึกษาภาษากวีนิพนธ์ที่สละสลวย ไพเราะทั้งถ้อยคำและเนื้อความ

ค่านิยม
มงคลทั้ง 38 ประการ ล้วนเป็นค่านิยมทางพระพุทธศาสนา
ค่านิยมสูงสุดทางพระพุทธศาสนาก็คือ นิพพาน การดับพร้อมไม่เกิด แก่ เจ็บ
ตาย อีกต่อไป

About these ads
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to “มงคลสูตร”

  1. Pitaksit says:

    อะนะมึงไปเที่ยว ปราก มา  ไงบ้าง
    สวยอะดิ  เห็นเค้าว่าค่าครองชีพ ถูกกว่า หรอ
    ไว้กูไปมั่ง  แต่ตอนนี้ กินเกลือไปก่อน
    เงินยังไม่มาหวะ
     
    Bonne l\’année 2007
     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s